วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

       วันนี้ก็เป็น หัวข้อสุดท้ายของการเขียนบล็อกเรื่องรู้ทันโลก รู้ัทัน AEC  แล้วล่ะนะ
เราจะมาดูเรื่อง ผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นกันดีกว่า ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย........

 

  AEC จะมีผลกระทบกับไทยอย่างไร






        หลักการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC )ภายในปี 2558 เพื่อให้อาเซียนมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ อย่างเสรี และเงินทุนที่เสรีขึ้นต่อมาในปี 2550 อาเซียนได้จัดทำพิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) เป็นแผนบูรณาการงานด้านเศรษฐกิจให้เห็นภาพรวมในการมุ่งไปสู่ AEC ซึ่งประกอบด้วยแผนงานเศรษฐกิจในด้าน ต่าง ๆ พร้อมกรอบระยะเวลำที่ชัดเจนในการดาเนินมาตรการต่าง ๆ จนบรรลุเป้าหมายในปี 2558 รวมทั้งการให้ความยืดหยุ่นตามที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงกันล่วงหน้าเพื่อสร้าง พันธสัญญาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน
อาเซียนได้กำหนดยุทธศาสตร์การก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่สาคัญดังนี้
การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง
การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทำงเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน
การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก



โดยมีรายละเอียดแยกตามหัวข้อดังนี้


1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน เป็นยุทธศาสตร์สาคัญของการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะทำให้อาเซียนมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยอาเซียนได้กำหนดกลไกและมาตรการใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดาเนินมาตรการด้านเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว เร่งรัดการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในสาขาที่มีความสาคัญลำดับแรก อำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายบุคคล แรงงานฝีมือ และผู้เชี่ยวชาญ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกสถาบันในอาเซียน
การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน มี 5 องค์ประกอบหลัก คือ
(1) การเคลื่อนย้ายสินค้าเสรี
(2) การเคลื่อนย้ายบริการเสรี
(3) การเคลื่อนย้ายการลงทุนเสรี
(4) การเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรีขึ้น
(5) การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี
ทั้งนี้ อาเซียนได้กำหนด 12 สาขาอุตสาหกรรมสาคัญลำดับแรกอยู่ภายใต้ตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน ได้แก่ เกษตร ประมง ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์ไม้ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ การขนส่งทำงอากาศ สุขภาพ e-ASEAN ท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ รวมทั้งความร่วมมือในสาขาอาหาร เกษตรและป่าไม้
การเป็นตลาดสินค้าและบริการเดียวจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายการผลิตใน ภูมิภาค และเสริมสร้างศักยภาพของอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลก และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก โดยประเทศสมาชิกได้ร่วมกันดำเนินมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของอาเซียน
ได้แก่ยกเลิกภาษีศุลกากรให้หมดไป ทยอยยกเลิกอุปสรรคทำงการค้าที่มิใช่ภาษี ปรับประสานพิธีการด้านศุลกากรให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทำงธุรกรรม เคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี นักลงทุนอาเซียนสามารถลงทุนได้อย่างเสรีในสาขาอุตสาหกรรมและบริการที่ประเทศ สมาชิกอาเซียนเปิดให้ เป็นต้น
 2. การเป็นภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขัน
เป้าหมายสาคัญของการรวมกลุ่มทำงเศรษฐกิจของอาเซียน คือ การสร้างภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง มีความเจริญรุ่งเรือง และมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันมี 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) นโยบายการแข่งขัน (2) การคุ้มครองผู้บริโภค (3) สิทธิในทรัพย์สินทำงปัญญา (IPR) (4) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (5) มาตรการด้านภาษี (6) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ประเทศสมาชิกอาเซียนมีข้อผูกพันที่จะนากฎหมายและนโยบายการแข่งขันมาบังคับ ใช้ภายในประเทศ เพื่อทำให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกันและสร้างวัฒนธรรมการแข่งขันของภาค ธุรกิจที่เป็นธรรม นาไปสู่การเสริมสร้างการขยายตัวทำงเศรษฐกิจในภูมิภาคในระยะยาว
 3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทำงเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน
การพัฒนาทำงเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน มี 2 องค์ประกอบ คือ (1) การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลำงและขนาดย่อม (SME) (2) ความริเริ่มในการรวมกลุ่มของอาเซียน (Initiatives for ASEAN Integration: IAI) ความริเริ่มดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดช่องว่างการพัฒนา ทั้งในระดับ SME และเสริมสร้างการรวมกลุ่มของกัมพูชา ลำว พม่า และเวียดนาม ให้สามารถดาเนินการตามพันธกรณีและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของอา เซียน รวมทั้งเพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศได้รับประโยชน์จากการรวมกลุ่ม ทำงเศรษฐกิจ
 4. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
อาเซียนอยู่ในท่ามกลำงสภาพแวดล้อมที่มีการเชื่อมต่อระหว่างกันและมีเครือ ข่ายกับโลกสูง โดยมีตลาดที่พึ่งพากันและอุตสหกรรมระดับโลก ดังนั้น เพื่อให้ภาคธุรกิจของอาเซียนสามารถแข่งขันได้ในตลาดระหว่างประเทศ ทำให้อาเซียนมีพลวัตรเพิ่มขึ้นและเป็นผู้ผลิตของโลก รวมทั้งทำให้ตลาดภายในยังคงรักษาความน่าดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ อาเซียนจึงต้องมองออกไปนอกภูมิภาค
อาเซียนบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก โดยดาเนิน 2 มาตรการคือ (1) การจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) และความเป็นหุ้นส่วนทำงเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด (CEP)กับประเทศนอกอาเซียน (2) การมีส่วนร่วมในเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานโลก



     ถึงจะมีผลกระทบกับประเทศไทยอย่างไร แต่ถ้าหากเราร่วมมือร่วมใจกัน ยังไงประเทศไทยเรา ต้องเป็นศูนย์กลางที่ดีที่สุดมนอาเซียนอย่างแน่นอน ก่อนไปขอฝากเพลงอาเซียน เพราะๆๆมาให้ฟังกันนะค่ะ



                                                                                                                            อ้างอิงและ วีดีโอจาก

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

 7 อาชีพทำงานได้เสรีใน 10 ประเทศอาเซียน

" มาดูกันเลยว่ามีอาชีพอะไรกันบ้างน๊า ''
เผย 7 วิชาชีพน่าสนใจ ที่สามารถเลือกทำงานได้ในทุกประเทศของอาเซียน ตั้งแต่ บรูไนดา, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย, เวียดนาม และพม่า  สำหรับผู้ที่กำลังติดตามข่าวสารเรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economics Community) หรือการรวมตัวกันระหว่างประเทศสมาชิก ทั้ง 10 ประเทศ ประกอบด้วย

               1.เนการาบรูไนดารุสซาลาม

              2.ราชอาณาจักรกัมพูชา

              3.สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

              4.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

              5.สหพันธรัฐมาเลเซีย

              6.สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

              7.สาธารณรัฐสิงคโปร์

              8.ราชอาณาจักรไทย

              9.สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

            10.สหภาพเมียนมาร์

      ซึ่งการรวมตัวกันในครั้งนี้ กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง ในวันที่ 1 มกราคม 2558 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ในแวดวงของผู้ประกอบอาชีพทั้งหลาย ต่างมีการตื่นตัวในเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีรายงานว่า จากผลการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 9 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้กำหนดให้จัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangements : MRAs) ด้านคุณสมบัติในสาขาวิชาชีพหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายนักวิชาชีพ หรือแรงงานเชี่ยวชาญ หรือผู้มีความสามารถพิเศษของอาเซียนได้อย่างเสรี
     และจากข้อตกลงดังกล่าว ทำให้ในอนาคต นักวิชาชีพ หรือผู้ใช้แรงงานในด้านต่าง ๆ สามารถเลือกไปทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียนได้อย่างอิสระ โดยเบื้องต้นได้กำหนดครอบคลุมถึง 7 อาชีพหลัก ดังนี้

อาชีพวิศวกร (Engineering Services)

อาชีพพยาบาล (Nursing Services)

อาชีพสถาปนิก (Architectural Services)

อาชีพการสำรวจ (Surveying Qualifications)

อาชีพนักงานบัญชี (Accountancy Services)

อาชีพทันตแพทย์ (Dental Practitioners)

อาชีพแพทย์ (Medical Practitioners)

         ทั้งนี้ การเคลื่อนย้ายนักวิชาชีพในกลุ่ม 7 อาชีพ ดังกล่าว มีผลดีต่อประเทศไทย เนื่องจากในภาพรวม สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในไทยมีศักยภาพในด้านการผลิตบุคลากรในสายวิชาชีพทั้ง 7 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ผู้จบการศึกษาในสายวิชาชีพทั้ง 7 ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี จนถึงปริญญาเอก มีตลาดงานที่เปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งการที่คนไทยสามารถไปทำงานในประเทศอาเซียนได้อย่างเสรีนั้น สภาวิชาชีพ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลมาตรฐานของ ทั้ง 7 อาชีพดังกล่าว คงต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อรักษามาตรฐานของผู้จบวิชาชีพจากประเทศไทย หรืออาจต้องยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นไปอีก เพื่อแข่งขันกับนานาประเทศในระดับสากล     ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ข้อตกลงเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้ง 7 อาชีพ ในปี 2558 แม้จะเป็นโอกาสทองของคนไทยในสายวิชาชีพดังกล่าว แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังคือการที่คนจากประเทศอื่นจะเข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาอาชีพหลัก ซึ่งมีหนทางเปิดกว้างในอนาคตนะคะ

อ้างอิง